ไม่นานสัญชัยคนสนิทของท้าวธฤตราษฏ์ ก็นำคำตอบจากทางราชสำนักหัสตินาปุระไปส่งถึงพี่น้องปาณฑพโดยมีข้อสรุปได้ใจความว่า ทางราชสำนักหัสตินาปุระนำโดยท้าวธฤตราษฏ์จะไม่ยอมแบ่งพื้นที่ให้กับทางพี่น้องปาณฑพ
ความรู้สึกของพี่น้องปาณฑพและพันธมิตรต่างก็โกรธแค้นที่ได้รับฟังคำตอบ แม้ว่าฝั่งตนจะรู้สึกเจ็บปวดและเคียดแค้นเพียงไหนก็ยังเลือกแนวทางสันติ แต่ผลลัพท์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เช่นนั้นก็คงจะมีแต่ต้องทำสงครามเท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนั้น ยุธิษเฐียรมีข้อเสนอให้พระกฤษณะเป็นตัวแทนไปเจรจากับทางหัสตินาปุระอีกรอบหนึ่ง โดยหวังว่าจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้ยุติสงครามก่อนที่จะเกิดลงได้ ทุกคนก็ต่างเห็นดีด้วย
กฤษณะจึงเร่งรีบเดินทางไปยังเมืองหัสตินาปุระ เมื่อถึงก็ได้รับการต้อนรับจากผู้อาวุโสอย่างสมเกียรติ แต่เมื่อมีการนำอาหารมาให้กฤษณะกลับไม่รับประทานเลยแม้สักคำเดียว สร้างความแปลกใจให้กับทุรโยธน์เป็นอย่างมาก หลังจากเสร็จพิธีทุรโยธน์มีโอกาสได้พบกับกฤษณะเป็นการส่วนตัว ทุรโยธน์ก็กล่าวกับกฤษณะว่าตนและพี่น้อง รวมถึงผู้อาวุโสรักและให้เกียรติกฤษณะเสมอมา และยังอยากจะเชื้อเชิญให้กฤษณะย้ายฝั่งมาสนับสนุนตนแทนที่จะสนับสนุนพี่น้องปาณฑพ
กฤษณะกล่าวปฏิเสธอย่างทันที พร้อมให้เหตุผลว่าตนเลือกฝั่งพี่น้องปาณฑพเพราะเป็นฝั่งที่มีความชอบธรรม เฉกเช่นที่เลือกจะรับประทานอาหารที่ท้าววิฑูรทำมาถวายเท่านั้นเพราะตนเห็นว่าท้าววิฑูรเป็นผู้มีความชอบธรรมคนเดียวในสภาแห่งนี้ คำตอบของกฤษณะทำให้ทุรโยธน์โกรธมาก และเดินจากไปอย่างหัวเสีย